โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เขย่าวงการลูกหนังโลกในปี 2025. ด้วยชัยชนะ 18 นัดติดต่อกันในระดับทีมชาติ พวกเขาแซงหน้าสเปนและกลายเป็นทีมที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในโลก. ตาม 7mth สถิตินี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นสัญญาณของยุคใหม่แห่งความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโมร็อกโก.
ฟอร์มแรงจน โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง
จังหวะที่โมร็อกโกเก็บชัยชนะเกมที่ 16–18 นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 และสืบเนื่องไปถึงปลายปี 2025. ทีมชุดนี้ภายใต้การนำของ Walid Regragui บรรลุผลงานชนะ 18 นัดรวด ซึ่งเคยเป็นสถิติของทีมชาติ Spain national football team ที่ชนะ 15 นัดในช่วง 2008–2009. ด้วยตัวเลขยิงได้ 54–55 ประตู ต่อเสียเพียง 4 ประตู แสดงถึงการครองเกมอย่างโดดเด่น.
สถิติยิงประตูทะลุ
ทีมโมร็อกโกยิงได้กว่า 50 ประตูในช่วง 18 นัดนั้น และหลายเกมจบด้วยชัยชนะขาดลอย. ตัวเลขอย่างเช่นเกมพบ Lesotho national football team วันที่ 20 พ.ย. 2024 ที่ Oujda มี ฮัตทริก ของ Brahim Díaz. การทำลายสถิติยิงประตู–เสียประตูแบบนี้ คือส่วนหนึ่งที่ทำให้โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง ได้อย่างน่าเชื่อถือ.
เก็บคลีนชีตสตรีค
ใน 18 นัดนั้น โมร็อกโกสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 9 นัด ซึ่งหมายความว่าเสียประตูเฉลี่ยเพียง ~0.22 ประตูต่อเกม. ระบบการเล่นที่เน้นเกมรับแน่นหนาร่วมกับความเฉียบคมในเกมรุก ทำให้คู่แข่งเจาะได้ยาก. ตัวเลขคลีนชีต 9 นัดจาก 18 นัดนั้นคือ 50% ของช่วงเวลาดังกล่าว.
ผลต่ออันดับโลกและเครดิตทีม
ด้วยฟอร์มนี้ โมร็อกโกขยับอันดับ FIFA เข้าใกล้ Top‑10 มากขึ้น และได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทีมที่ดีที่สุดโลก” ในช่วงสองปีหลัง. ก่อนหน้านี้ ทีมสเปนเคยถือสถิติชนะต่อเนื่อง 15 นัด แต่โมร็อกโกทำได้ถึง 18 นัดจนถึงปี 2025. การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 ร่วมกับสเปนและโปรตุเกสก็เป็นระบบรองรับความสำเร็จนี้.

ผลการแข่งขันล่าสุดยืนยันว่า โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง
ชัยชนะในรอบคัดเลือกที่ผ่านมามีหลายเกมที่ชนะทั้งแบบขาดลอยและคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์. โมร็อกโกสามารถชนะเกมกับ Mozambique national football team และ Central African Republic national football team (2 เกม) รวมถึงเกมนอกแอฟริกากับ Bahrain national football team. ซึ่งตอกย้ำว่า โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง ไม่ได้เฉพาะในบ้านแต่รวมถึงการเล่นนอกบ้านด้วย.
ชัยชนะข้างนอกบ้าน
ใน 18 นัดนั้นมีหลายเกมที่โมร็อกโกชนะนอกบ้าน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งจริงจัง. เช่นการชนะทีมจากแอฟริกาตะวันออกและกลาง และหนึ่งเกมในเอเชีย (บาห์เรน). การเล่นในสภาพแวดล้อมต่างประเทศและคว้าชัยนั้นยิ่งเพิ่มเครดิตให้กับการที่โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง.
ระบบการเล่นที่สม่ำเสมอ
โค้ชเรกรากีย์เน้นใช้ผู้เล่นชุดเดียวกันในหลายเกมและให้โอกาสดาวรุ่งเข้ามาร่วมทีม. รายงานระบุว่า 8 ประตูจาก 18 นัดนั้นมาจากบราฮิม ดิอาซ ซึ่งปีนั้นเลือกเล่นให้โมร็อกโกแทนสเปน. การผสมผสานระหว่างประสบการณ์และพลังดาวรุ่งช่วยให้โมร็อกโกคงความต่อเนื่องได้.
ผลต่อฟุตบอลแอฟริกา
ด้วยการตั้งสถิติชนะต่อเนื่อง 18 นัด โมร็อกโกกลายเป็นต้นแบบทีมชาติในแอฟริกาที่สามารถสร้างโมเมนตัมระดับโลก. การที่เกมรับเสียเพียง 4 ประตูใน 18 นัดสะท้อนถึงมาตรฐานการเล่นที่สูง. โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง ได้อย่างมีน้ำหนักในการแข่งขันระหว่างประเทศ.

ผลสะท้อนระดับนานาชาติหลัง โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง
ความสำเร็จของโมร็อกโกไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลข แต่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังวงการฟุตบอลทั่วโลก. การที่ โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง จึงเป็นมากกว่าผลงานในสนาม แต่ยังสะท้อนถึงพลังของระบบฟุตบอลในประเทศ.
ชื่นชมจากสื่อระดับโลก
หลายสำนักข่าว เช่น FIFA, ESPN และ L’Équipe รายงานความสำเร็จนี้อย่างต่อเนื่องและเจาะลึก. พวกเขาชี้ว่าโมร็อกโกเป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลแอฟริกาอย่างแท้จริง. จากประเทศที่เคยถูกมองข้าม โมร็อกโกกลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอในการจับสลาก.
การเปลี่ยนแปลงในสายตาฟีฟ่า
อันดับโลกของโมร็อกโกพุ่งขึ้นสู่ Top 10 ของ FIFA Ranking หลังจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมตลอด 2 ปี. ค่าคะแนนเฉลี่ยของพวกเขาในระบบจัดอันดับเพิ่มขึ้นกว่า 180 แต้มจากช่วงก่อนปี 2022. โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มความน่าเกรงขามในทุกทวีปที่พวกเขาแข่งขัน.
แรงบันดาลใจต่อชาติอื่น
หลายประเทศแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างพัฒนาเยาวชนตามโมเดลของโมร็อกโก. โปรแกรมฝึกซ้อมและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบบอย่างระดับภูมิภาค. ความสำเร็จจากการที่ โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง กลายเป็นกรณีศึกษาในเวทีนโยบายกีฬาแห่งสหประชาชาติ.

สรุป
การที่ทีมชาติ โมร็อกโกขยายสถิติชนะต่อเนื่อง 18 นัดนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากยุทธศาสตร์, ระบบ, และพลังของทีมทั้งหมด. ตัวเลขยิงประตู 55 กว่าเสียเพียง 4 ประตู, คลีนชีต 9 นัดจาก 18 เกม และชัยชนะนอกบ้านหลายครั้ง คือหลักฐานชัดเจน. หากพวกเขารักษาฟอร์มเช่นนี้ต่อไป โมร็อกโกอาจกลายเป็นหนึ่งใน “ยักษ์ใหญ่” ของฟุตบอลโลกในอนาคตอันใกล้.
